Login | View Cart
       

ขึ้นปีที่ 10 เปิดโรงทานในวันที่ 17/5/56

  บริษัท เทอร์โบไดนามิค จำกัด

 ในวันศุกร์ที่ 17/5/56 จะจัดตั้งโรงทาน ณ. ที่ทำการบริษัท เนื่องในโอกาศครบรอบการดำเนินงานก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 จึงขอแจ้งทั้งลูกค้าและผู้ที่สนใจที่จะร่วมทำทาน หรือรับแจกในช่วงเวลาตั้งแต่ 11.30 น. เป็นต้นไปจนกว่าอาหารจะหมด จึงฝากข่าวแจ้งไว้ ณ. ที่นี้ด้วย 


ปรับปรุงล่าสุด: 15-05-2013 11:50:31
 
       

1KD-FTV TURBOHYBRID STP5

NEW  เตรียมพบกับที่สุดของประสิทธิภาพจากเรา TURBODYNAMIC HYBRID PERFORMANCE  For  1KD-FTV  ( 14 FEB 2011 )  


ปรับปรุงล่าสุด: 07-02-2011 12:01:06
 
       

NAVARA TURBOHYBRID Performance SPL1

 NEW  เตรียมพบกับประสิทธิภาพที่เหนือกว่า TURBODYNAMIC HYBRID PERFORMANCE  For NISSAN NAVARA YD25 ( 14 FEB 2011 )  
ปรับปรุงล่าสุด: 07-02-2011 11:48:22
 
       

ประวัติความเป็นมา และ การนำมาใช้ของเทอร์โบชาร์จเจอร์

            ประวัติความเป็นมาและการนำมาใช้ของเทอร์โบชาร์จเจอร์

    เทอร์โบชาร์จเจอร์นั้นได้ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกกับเครื่องยนต์ดีเซล เพื่อหวังที่จะเพิ่มกำลังแรงม้า ซึ่งก็ยังเป็นเป้าหมายหลักในปัจจุบันของเครื่องยนต์ โดยวิศวกรชาวสวิสชื่อ  Alfred  j.Buechi เป็นผู้ประดิษฐ์และทดลอง ปรับปรุง แก้ไขเทอร์โบชาร์จเจอร์ และติดตั้งกับเครื่องยนต์ดีเซลขนาดใหญ่ ในปี พ.ศ 2448 ขณะเดียวกัน Augste Rateau แห่ง Paris ก็ได้เริ่มทดลองติดตั้งเทอร์โบชาร์จเจอร์กับเครื่องยนต์ของเครื่องบินแต่นั้นก็เป็นเพียงการทดลองเริ่มต้น จนถึงปี พ.ศ 2461 จึงเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเมื่อ Dr.Sanford Moss  แห่งบริษัท General Electric ได้คิดที่จะนำเทอร์โบชาร์จเจอร์ไปติดตั้งกับเครื่องบินขับไล่ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ จนถึงปี พ.ศ 2479 เทอร์โบชาร์จเจอร์ก็ได้เป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ที่สำคัญและจำเป็นสำหรับเครื่องบินที่ต้องการประสิทธิภาพสูง และรวมถึงเครื่องบินทางการทหาร แต่ก่อนที่จะถึงช่วงปีดังกล่าวนั้น  Buechi  ก็สามารถผลิต เทอร์โบชาร์จเจอร์ ที่สมบูรณ์แบบเพื่อใช้สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล โดยได้นำไปใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลของรถไฟเป็นครั้งแรก  ในราวปี  พ.ศ 2470   และหลังจากนั้น  ในปี พ.ศ. 2482 เทอร์โบชาร์จเจอร์ ก็กลายเป็นอุปกรณ์ธรรมดาชิ้นหนึ่งสำหรับรถไฟ  เรือ หรือเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ทั่วไป จนถึงปี พ.ศ. 2492 เทอร์โบชาร์จเจอร์ ก็เริ่มมีโอกาสเข้ามาอยู่ใต้ฝากระโปรงรถยนต์ โดยบริษัท  Saurer  ของสวิส ได้เริ่มนำมาใช้กับรถบรรทุกขนาดใหญ่ จากนั้นก็เริ่มแพร่หลายทั่วไปในอุตสาหกรรมรถบรรทุก และเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ ด้วยจุดเด่นที่สามารถเพิ่มกำลังได้ถึง 40-50% โดยที่จะมีน้ำหนักของเครื่องยนต์เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย และค่าใช้จ่ายก็ไม่สูงขึ้นมาก สำหรับเครื่องยนต์แก๊สโซลีน การนำมาใช้กับเครื่องบินนั้นได้เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง เมื่อเครื่องบินส่วนใหญ่ เปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์กังหันแก๊ส  ( Gas Turbine )  ทำให้อุตสาหกรรมเทอร์โบชาร์จเจอร์ได้รับผลกระทบอย่างมาก จนถึงปี พ.ศ 2505 เทอร์โบชาร์จเจอร์ก็เริ่มได้รับความสนใจอีกครั้งโดย Oldsmobile ได้เริ่มผลิตรถยนต์ขนาดเล็กที่ติดตั้งเทอร์โบชาร์จเจอร์ ออกจากสายการผลิตเป็นครั้งแรก โดยใช้ชื่อรุ่นว่า F-85 Jetfire ในเครื่องยนต์แบบ V-8 และก็เริ่มตามติดด้วยรถยนต์ Chevrolet ก็ได้เริ่มติดตั้งเทอร์โบชาร์จเจอร์กับเครื่องยนต์ 6 สูบนอนยันของรถแบบ Corvair และได้ผลิตจำหน่าย ต่อเนื่องกัน 2-3 ปี แต่ก็มีปริมาณการขายที่น้อยมาก โดยที่ Ford ก็เริ่มหันมาให้ความสนใจโดยได้นำเทอร์โบชาร์จเจอร์มาทดลองกับเครื่อง 390 ลบ.นิ้ว ในรถแบบ Thunderbird แต่ก็เป็นเพียงการทดลองยังไม่ได้ผลิตสู่ท้องตลาด หลังจากนั้นเทอร์โบชาร์จเจอร์ก็ได้เริ่มเข้ามาในวงการมอเตอร์สปอร์ทของประเทศสหรัฐอเมริกา  ในปี พ.ศ 2495 โดย Schwitzer ได้ออกแบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ ให้ใช้กับเครื่องยนต์ Cummins เพื่อใช้กับการแข่งขัน Indianapolis และในปี พ.ศ 2510   Meyer & Drake ก็ได้นำเทอร์โบชาร์จเจอร์ไปติดตั้งเข้ากับเครื่องยนต์ Offenhauser และก็ได้รับชัยชนะในการแข่งขัน Indy 500 ในปี พ.ศ 2511 และหลังจากนั้นวงการมอเตอร์สปอร์ทก็ใช้เทอร์โบชาร์จเจอร์เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

    ในส่วนของยุโรปเริ่มตื่นตัวในช่วงปี พ.ศ 2511 โดย Alex von Falkenhauser วิศวกรฝ่ายพัฒนาการของ BMW ได้ใช้เทอร์โบชาร์จเจอร์ของ  KKK  ( Kuehnle, Kopp & Kauser ) กับเครื่องยนต์  BMW 2000 cc และได้รับความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยม  หลังจากนั้นก็ได้มีการผลิตชุดโมดิฟายด์สำหรับรถ ฟอร์ดคาปรี โดย Michel May แห่งสวิสโดยใช้เทอร์โบชาร์จเจอร์ของ Eberspaecher และได้ผลิตเพิ่มขึ้นอีกเพื่อใช้กับรถโอเปิลด้วย  ในส่วนของรถยนต์ปอร์เช่ ได้เริ่มติดตั้งเทอร์โบชาร์จเจอร์ของ  KKK  กับรถแข่งในปี พ.ศ 2512 กับเครื่องนอนยัน ขนาดใหญ่ 12 สูบ แบบ 917 หลังจากนั้นก็ไดผลิตรุ่น 911 Turbo จำหน่ายในปี พ.ศ 2518

    ในปัจจุบันเทอร์โบชาร์จเจอร์ได้รับความนิยมและให้ความสนใจจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ โดยมีแนวโน้มที่จะมากขึ้นด้วย จากข้อดีหลายประการ เช่น สามารถสร้างแรงม้าได้โดยที่ไม่ต้องทำเครื่องให้ใหญ่หรือขยายความจุกระบอกสูบมากขึ้น  ช่วยลดมลพิษได้ดีโดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซลขนาดเล็ก เป็นต้น ซึ่งจะเห็นการนำเทอร์โบชาร์จเจอร์มาใช้กับรถยนต์ในหลายรุ่นหลายรูปแบบมากขึ้น ทั่งรถยนต์นั่งทั่วไปในหลากหลายขนาดในปัจจุบัน รถสปอร์ตแทบทุกยี่ห้อ ไปจนถึงรถที่ใช้ในการแข่งขัน รถบรรทุกขนาดเล็ก  ขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่  เรือ เครื่องมือหนัก  เครื่องจักรอุตสหกรรม และเครื่องยนต์ในวงการอุตสหกรรมอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งในอดีตแม้แต่รถจักรยานยนต์ก็เคยให้ความสนใจและมีการนำเทอร์โบชาร์เจอร์มาใช้กันแล้วแทบทุกยี่ห้ออีกด้วย.

                                                                TURBODYNAMIC.


ปรับปรุงล่าสุด: 20-08-2008 00:06:41
 
Copyright 2007 Design & Services by Headworks Design Co., Ltd.